เพราะ Big Data เป็นมากกว่าเครื่องมือทางการตลาด

👋🏼 สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้ +พีสแควร์เลดี้+ มีเรื่องราวดีๆมาเล่าสู่กันฟังอีกเช่นเคยนะคะ ว่ากันด้วยเรื่องของ Big Data หรือเรียกง่ายๆว่าฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่หลากหลายบริษัทได้นำข้อมูลจากฐานข้อมูลนี้มาใช้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ เเต่ทราบหรือไม่ว่า จริงๆแล้ว Big Data ทำอะไรได้มากกว่าการเป็นเครื่องมือทางการตลาดขององค์กร ถ้าอยากทราบว่าเพราะอะไร เรามาหาคำตอบไปด้วยกันค่ะ

ปัจจุบันนักการตลาดยังคงมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก Big Data หรือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของผู้บริโภค โดยมองว่าBig Data เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดชิ้นหนึ่งที่มีไว้เพื่อส่งเสริมการขายเพียงเท่านั้น เเต่เเท้จริงเเล้ว Big Data ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการสร้างความพึงพอใจ ความสะดวกสบาย เเละช่วยให้องค์กรสามารถหาวิธีการบรรเทาปัญหาให้กับผู้บริโภคได้ ( Pain Point Solution)

การจะใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพได้นั้น องค์กรต้องมีการตั้งวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อที่จะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคที่มีอยู่ในมือได้อย่างถูกจุดและสามารถนำไปต่อยอดในการทำเเคมเปญต่างๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโลกออนไลน์ องค์กรที่มี Big Data ที่ครอบคลุมเเละมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถผลักดัน เเคมเปญ หรือ การขยายกิจการต่างๆขององค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ เพราะฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้ จะช่วยให้องค์กรมีความเข้าใจในความต้องการที่เเอบเเฝงอยู่ของผู้บริโภค หรือทำให้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ซ้อนอยู่ พร้อมยังช่วยเสริมสร้างเส้นทางของผู้บริโภคให้ดีขึ้น (Consumer’s Journey — แนวทางของผู้บริโภค ที่ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำข้อมูลที่มีอยู่มาวิเคราะห์และสกัดข้อมูลสำคัญออกมาเเละนำมาใช้ประโยชน์

เราใช้ Big Data เพื่อค้นหา Underlying Needs หรือความต้องการที่ซ้อนอยู่ของผู้บริโภค เพื่อทำให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจ (Satisfaction) โดย Big Data มีความเกี่ยวพันกับ Data Scienctist หรือผู้เขียนโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจลักษณะธุรกิจขององค์กรก่อน เเละมีความสามารถในการทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ และแปรผลเป็น Insight ของผู้บริโภค เพื่อนำมาสู่การออกแบบหรือแก้ไขผลิตภัณฑ์หรือนำมาช่วยสร้างวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างเหมาะสม ดังนั้นมีความจำเป็นที่คนจะมาทำงานด้าน Data ต้องให้เวลาในการทำความรู้จักธุรกิจและปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ในองค์กรก่อน

ตัวอย่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ Big Data :
Starbucks — อย่างที่ทราบกันดีว่าสตาร์บัคเป็นผู้นำธุรกิจ Coffehouse ระดับโลก ที่มักมีการขยับขยายสาขาในบริเวณที่ใกล้เคียงกับสาขาที่มีอยู่เเล้ว หลายคนอาจเกิดคำถามว่า การเปิดสาขาในบริเวณที่ห่างกับสาขาเดิมเพียงเล็กน้อยจะไม่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจหรอ? คำตอบคือ สตาร์บัคมีการใช้ Big Data เพื่อดูความเป็นไปได้ที่จะประสบค์ความสำเร็จในการเปิดสาขาใหม่ในบริเวณใกล้เคียงกับสาขาเดิม โดยการใช้ Location-based data, Traffic data, Demographic data, Customer data รวมไปถึงข้อมูลการเติบโตของผลประกอบการทางธุรกิจในสาขาต่างๆ เพื่อช่วยลด Financial Risk ในการขยายสาขา